ประสบการณ์ภูมิแพ้และวิธีการรักษาตนเองจนเกือบหายขาด

ผู้เขียนมีโรคประจำตัวคือ

ผู้เขียนมีโรคประจำตัวคือ โรคภูมิแพ้ ได้ไปทำการตรวจหาสารก่อภูมิแพ้ตอนเด็กๆ ก็พบว่า แพ้ไรฝุ่น จึงต้องทานยาและเปลี่ยนที่นอนเป็นแบบกันไรฝุ่นทั้งหมด ตอนเด็กๆ จำได้ว่าตนเองต้องทานยาและพ่นยามาตลอด 6 ปี ข้อเสียคือ ตัวเองแป็นคนไม่ทานผักใบเขียวเลย แต่ทานผลไม้บ้าง จึงยิ่งทำให้อาการทรงตัวมีเป็นหวัดน้ำมูกไหลทุกเช้า ก่อนนอน และเวลาเจอฝุ่นควัน จนกระทั่งย้ายไปอยู่ที่อเมริกา อากาศดีขึ้น สุขภาพก็ดีตาม จึงหยุดทานยาไป ไม่ค่อยมีอาการหวัดน้ำมูกไหลแล้ว หลังจากนั้น 6 ปี ย้ายกลับมาที่ประเทศไทย เจอมลภาวะที่ไม่พึงประสงค์ อาการเดิมๆ ก็กลับมา ไม่นานก็ค้นพบว่าตนเองแพ้กุ้งและหน่อไม้ด้วย จึงต้องระวังเรื่องการรับประทานอาหารเป็นพิเศษ พอเริ่มรู้ตัวว่าภูมิคุ้มกันไม่ได้ดีมากเหมือนอยู่ต่างประเทศ ก็เริ่มรักษาสุขภาพมากขึ้นด้วยการทานอาหารเสริมผักรวม วิตามินซี วิตามินอี บลูเบอร์รี่สกัดแบบเม็ด วิตามินรวม วิตามินบีรวม ดื่มน้ำให้มากขึ้น พักผ่อนให้เพียงพอ และไม่เครียดกับอะไรจนเกินไป ผลลัพธ์ที่ได้คือ ยังมีน้ำมูกไหลอยู่บ้างเวลาเจอฝุ่นควัน แต่อาการกลับหายไปได้อย่างรวดเร็ว ไม่ค่อยป่วย และหน้าดูสดใสขึ้น ผู้เขียนจึงอยากแนะนำให้หลายๆ คนที่เป็นโรคภูมิแพ้พักยาปฏิชีวนะถ้าอาการไม่ได้หนักมาก นอกจากจะหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้และดูแลความสะอาดของที่อยู่อาศัยแล้ว ควรหันมาดูแลตนเองด้วยการทานผักผลไม้และอาหารที่ช่วยแก้อาการภูมิแพ้ อาจจะหาอาหารเสริมมาช่วยด้วยก็ได้ นอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ ไม่เก็บเรื่องเล็กๆ น้อยๆ มาเครียดจนทำให้สุขภาพจิตแย่ ที่สำคัญที่อยากเน้นย้ำคือ การออกกำลังกาย ซี่งจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับตนเอง ควรเลือกกีฬาหรือวิธีการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับสภาพของตนเอง หากเป็นหอบหืดบ่อย ควรเลือกกีฬาหรือกิจกรรมที่ไม่ต้องใช้แรงมากหรือหักโหมเกินไป เช่น ว่ายน้ำ ปิงปอง โยคะ หากสุขภาพดีแต่เป็นภูมิแพ้ ควรเน้นกีฬาที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ระบบทางเดินหายใจ ช่วยให้เราฝึกหายใจได้ดียิ่งขึ้น เช่น เดินหรือวิ่ง ฟุตบอล เทนนิส แบตมินดัน มวย เทควันโด อีกเรื่องที่อยากจะเตือนคือ ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้จะมีอาการไวมากหากเจอฝุ่นควัน ในยุคสมัยที่เมืองไทยอากาศร้อนแถมมีฝุ่นควันเกินค่ามาตรฐานในอากาศ ก็ควรหาหน้ากากอนามัยมาใส่ด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้อาการหนัก เท่านี้อาการภูมิแพ้ก็จะดีขึ้นตามลำดับแล้ว

http://www.rcot.org/2016/People/Detail/67